มันเป็นข้อความจากที่นี่

THBLOGTOP

 เรียนสนุกที่ “พิพิธภัณฑ์รถไฟ” และเล่นให้มีความรู้ที่

“Kid-O-Kid” ห้าง Cocoon2

                                                                           

kukai

  วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560

 

 

 

 

こんにちは Konnichiwa สวัสดี

จากครอบครัวนาฬิจัง ณ เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น

ห่างจากโตเกียวเพียง 1 ชั่วโมง มีสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้แบบ “Edutainment”

สำหรับครอบครัวและเด็กๆ ทั้งสนุกสนานและได้เรียนรู้ด้วย แล้วจะทะยอย review ให้นะ

 

ปลายฝนต้นหนาว ฝนตกบ่อย แต่อยากพาลูกสาว (นาฬิจัง) ไปเที่ยว แบบอยู่ในอาคาร ไม่ต้องกลัวฝนตก

และไม่ไกลมาก เลยคิดถึงสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของเมืองไซตามะ ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศ

และชาวต่างชาติ ต่างตั้งใจเดินทางมาเที่ยว เราอยู่ใกล้มากขนาดนี้จะไม่ไปได้ยังไง นั่นก็คือ “พิพิธภัณฑ์รถไฟ (Railway Museum, Saitama)”

ที่เขตโอมิยะ เมืองไซตามะ จ.ไซตามะ (http://www.railway-museum.jp/en/index.html)

(เปิด 10.00-18.00น.และปิดทุกวันอังคาร และวันหยุดสิ้นปี-ปีใหม่) ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ.2007

เพื่อทดแทนของเดิมในกรุงโตเกียว และเพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 20 ปี ของบริษัทรถไฟ JR East

ซึ่งเป็นโปรเจ็คอลังการงานสร้างมาก มีทั้งโซนถาวร ซึ่งจะมีรถไฟจริงๆจอดอยู่ให้เที่ยวชม นั่งเล่น ถ่ายรูป จำนวนมาก

ตั้งแต่รถไฟไอน้ำรุ่นโบราณ ตู้รถไฟของพระราชวงศ์ฯ รถด่วนพิเศษ รถขนส่ง จนถึงรถไฟด่วนพิเศษชินคังเซ็นรุ่นแรก

แต่สำหรับทริปนี้เป้าหมายหลักคือโซนที่เปิดใหม่ สำหรับเด็กเล็กๆ คือ โซนคิดส์พลาซ่า (Kids Plaza) และคิดส์คาเฟ่ (Kids Café)

 

cocoon1

 

cocoon2

 

 วิธีการเดินทาง


หากจากโตเกียว จากสถานีอุเอโนะ (Ueno Station) นั่งรถไฟขึ้นเหนือ ลงที่สถานีโอมิยะ (Omiya Station – ในจังหวัด Saitama)

ราคา 464 เยน จะนั่งสายเคฮินโทโฮคุ (Keihin-Tohoku Line) สายสีฟ้า 36 นาที

ขบวนรถไฟเยอะมาก มาถี่ทุกๆ 3-5 นาที หรือจะนั่งสายอุทสึโนะมิยะ (Utsunomiya Line) สายสีส้ม เร็วกว่า

จอดป้ายน้อยกว่า ใช้เวลาประมาณ 25 นาที แต่ขบวนรถไฟจะมาไม่ถี่มาก อาจต้องรอสักหน่อย

 

พอถึงสถานีโอมิยะ ให้ออกจากสถานี เดินไปทางออกฝั่งทิศตะวันตก (West Exit)

แต่ยังไม่ต้องออกจากตัวตึกสถานี เดินเยื้องเลี้ยวไปทางขวา ไปต่อรถไฟสายนิวชัทเทิล (New Shuttle)

ซึ่งเป็นรถไฟโมโนเรล (Monorail) ของท้องถิ่น จะต้องซื้อตั๋วรถไฟแยกต่างหาก แต่ถ้ามีบัตร Suica หรือ Pasmo

สามารถใช้ด้วยกันได้ รถไฟจะมีประมาณทุกๆ 10 นาที นั่งไปต่ออีก 1 สถานี ราคา 185 เยนใช้เวลา 3 นาที ลงที่

สถานีเท็ทสึโดฮัคคุบุทสึคัง (Tetsudo hakubutsukan Station) เดินออกจากสถานี

ก็จะถึงทาเชื่อมเดินเข้าพิพิธภัณฑ์ได้เลย

รวมระยะเวลาเดินทางและต่อรถไฟเพียงประมาณ 40-50 นาที ค่ารถไฟจากสถานีอุเอโนะรวม 649 เยน

 

cocoon3

 

cocoon4

 

วิธีซื้อตั๋วเข้าชม


ระหว่างทางเชื่อม ขนาดยังไม่ถึงทางเข้า ก็ได้ละลายทรัพย์กันก่อนแล้ว เพราะมีตู้กด “กะจะกะจะ”

รวบรวมรถไฟรุ่นต่างๆ จากค่ายต่างๆ และตู้กดรถไฟเหล็กและพลาสติก เหมือนที่เคยไถเล่นสมัยเด็กๆอีกด้วย

 

cocoon5

 

เดินถึงทางเข้าประมาณ 10.30 น. ก็จะพบตู้กดซื้อบัตรผ่านประตู กดเลือกเป็นเมนูภาษาอังกฤษได้

จะจ่ายด้วยเงินสดหรือจ่ายด้วยบัตร Suica ก็ได้ กดเข้าไประบุจำนวนคน โดยแบ่งเป็นตั๋วผู้ใหญ่ 1,000 เยน

ตั๋วเด็กประถมขึ้นไป 500 เยน และตั๋วเด็กตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป 200 เยน แต่เด็กต่ำกว่า 3 ขวบ เข้าฟรี

เมื่อชำระเงินแล้วรับตั๋วที่เครื่องข้างๆ จะเป็นบัตรแบ่งชนิดตั๋วด้วยสี 3 สี และสำหรับถ้ามาเป็นหมู่คณะตั้งแต่ 20 ท่านขึ้นไป

หรือผู้พิการ ก็จะได้ราคาพิเศษ ลด 20-50% และถ้าหากติดใจ ยังมีบัตรสมาชิกรายปี เข้ากี่ครั้งก็ได้ภายในรอบ 1 ปี ผู้ใหญ่

3,000 เยน เด็ก 1,500 เยน และเด็กเล็ก 3 ขวบขึ้นไป 600 เยน

 

cocoon6

  

ภายในพิพิธภัณฑ์


เมื่อเข้าไปถึงภายใน ทริปนี้ก็ตรงไปบริเวณโซนเด็ก (Kids Plaza) ก่อนเลย เรามุ่งหน้าไปโซนขับรถไฟมินิ

ซึ่งเป็นที่นิยมมากในกลุ่มครอบครัวและเด็กเล็ก ถ้าหากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์จะมีคิวยาวมากๆ ก็ควรไปรับบัตรคิวก่อน

สำหรับครั้งนี้ เป็นวันธรรมดา (วันศุกร์) คิวไม่มาก รับบัตรคิวได้ช่วง 12.30-13.00น. (รอประมาณ 1.30 ชม.) ระหว่างรอนั้น

ก็เลยไปนั่งรถไฟมินิชินคังเซ็น (Mini-Shinkansen) เลือกนั่งหน้าสุดจะได้เห็นคนขับด้วย นั่งฟรี นั่งวนไปกลับเพลินๆ

 

ต่อด้วยโซนขับรถไฟเสมือนจริง บนตู้รถไฟจริง (Simulator) โชคดีใกล้เที่ยงแล้วคิวน้อย

ก็เลยไปต่อคิวขับรถไฟแทน มีให้เลือกหลายรุ่น ทั้งรถไปธรรมดา รถไฟชินคังเซ็น และรถไฟรถจักรไอน้ำ

(สำหรับรถจักรไอน้ำจะยากหน่อย จึงจะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่เคาว์เตอร์ข้างๆรถไฟให้มาอธิบายให้ก่อน ด้วยภาษาญี่ปุ่น)

Simulator จะเป็นการฝึกควบคุมความเร็วตามกำหนด และจอดให้ตรงป้าย ตรงเวลา

(และจะเสมือนจริงมากถ้าทำตามคนญี่ปุ่นบางคนคือ ใส่สูท สวมถุงมือสีขาว ชี้ตรวจเช็คแผงหน้าปัด สมจริงเกิ้นนนน 555)

ขนาดเป็นลูกสาวยังชอบมาก ถ้าเป็นเด็กๆผู้ชายคงต้องอยู่เล่นทั้งวัน

 

cocoon7

 

cocoon8

 

หลังจากวนเล่น Simulators เสร็จ ระหว่างรอคิวเล่นรถไฟมินิ ก็พักทานข้าวกลางวันก่อน

มีร้านขายอาหารด้านในพวกข้าวแกงกระหรี่ ราเมง อูด้ง และข้าวแกงกระหรี่สำหรับชุดเด็กก็จะเสริฟมาบนจานรถไฟน่ารักๆ

จากนั้นกินเสร็จแล้ว ได้เวลาพอดี 12.30น. ก็ไปเล่นขับรถไฟมินิ เฉพาะอันนี้จะต้องซื้อตั๋วเพิ่มต่างหากอีกตู้ละ 200 เยน

นั่งได้ 3 คน เป็นคนขับ 1 ที่นั่งและคนนั่ง 2 คน สามารถขับเอง บีบแตร ดูสัญญาณไฟแดงไฟเขียว หยุดเอง มี 3 สถานี

รถไฟขับตาม หรือสวนกันไปมา ลูกชอบมากๆ จะขอเล่นหลายๆรอบ แต่พ่อแม่เหนื่อนละ ขอพักเหนื่อยสักหน่อย

ย้ายที่ให้ลูกไปกระโดดโลดเต้นที่โซนเบาะนิ่มๆ และเล่นรถไฟของเล่น เล่นทำและขายข้าวกล่องเอกิเบน (Eki-bento) เพลิดเพลิน

 

 cocoon16

 

cocoon9 

 

จากนั้นเดินย้อนกลับไปด้านขวาของทางเข้า ซึ่งจะเป็นโซนถาวร ส่วนใหญ่สำหรับเด็กโตและผู้ใหญ่

ก็จะมีนิทรรศการ ประวัติความเป็นมา เทคโนโลยีตั้งแต่แรกเริ่ม และรถไฟใหม่ๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟรุ่นไอน้ำ

การตกแต่งตู้รถไฟสำหรับพระราชวงศ์อิมพีเรียลฯ รถไฟขนส่งปลาแบบห้องเย็น รถด่วนพิเศษรุ่นต่างๆ หมุนเวียนมาให้ชม

ขึ้นไปนั่ง ถ่ายรูปกันสนุกสนาน (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.railway-museum.jp/en/exhibition.html)

และที่เป็นไฮไลท์คือ รถไฟชินคังเซ็นรุ่นแรกสุด รุ่นหมายเลข No.0 ที่เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ.1964 วิ่งด้วยความเร็วกว่า 250 กม./ชม.

ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของปวงชนชาวญี่ปุ่น และชาวโลก สำหรับเราชาวไทย ถ้าเทียบกับรถไฟบ้านเรา

ก็จะเซ็งๆหน่อย ว่าเขามีรถด่วนพิเศษตั้งแต่ 50 กว่าปีที่แล้ว ของไทยยังเป็นรุ่นแรกอยู่เลย

 

cocoon10 

 

เดินต่อขึ้นไปบนชั้น 2 ก็จะมีนิทรรศการประวัติความเป็นมา ไล่เรียงตั้งแต่วิธีการเดินทางก่อนจะมีรถไฟ ใช้รถม้า

ใช้เรือเดินสมุทร และจะมีห้องแสดงรถไฟจำลอง แสดงเป็นรอบทุกๆ ชม. และบริการใหม่ล่าสุดคือบริการตู้ถ่ายรูปที่ระลึก

เลือกได้ว่าต้องการรถไฟรุ่นใด ที่สะดวกคือมีเมนูภาษาไทยด้วย ราคาใบละ 500 เยน

และถ้าต้องการไฟล์เพื่ออัพขึ้นโซเชียลมีเดียใบละ 700 เยนพร้อมไฟล์ ถัดไปก็จะมีร้านค้าขายของที่ระลึก ซึ่งย้ายจากชั้น 1

ที่ปิดซ่อมแซม ขึ้นมาเปิดบริการชั่วคราวที่ชั้น 2 ให้ได้ละลายทรัพย์ต่ออีก ทุกอย่างเกี่ยวกับรถไฟ มีทั้งขนม ของใช้ 

เครื่องเขียน ดีวีดี ของเล่น หนังสือ ฯลฯ จากนั้นก็ออกจากพิพิธภัณฑ์ประมาณ 15.45น.

 

cocoon11

  

Address

 3-47 Tetsudouhakubutsukan, Onaricho, Omiya-ku Saitama-shi, Saitama, 330-0852, Japan

Map  Google map
Official site  http://www.railway-museum.jp/en/
CHOKOTABI http://www.pref.saitama.lg.jp/chokotabi-saitama/eng/spot/sp35.html

 

 ไปต่อที่ Kid-O-Kid


ลูกยังไม่พอใจ พลังเหลือ อยากเล่นๆอีก จึงใช้แผน 2 รุกฆาต ออกจากพิพิธภัณฑ์ ย้อนกลับไปที่สถานีโอมิยะ

ต่อสายเคฮินโทโฮคุ (Keihin-Tohoku Line) สายสีฟ้า ฝั่งมุ่งหน้าลงใต้กล้บเข้าโตเกียวหรืออุเอโนะ นั่งเพียง 1 ป้าย 3 นาที

ลงสถานีชื่อไซตามะชินโตชิน (Saitama-Shintoshin Station) ออกจากสถานี เลี้ยวขวามาทางออกฝั่งตะวันออก (East Exit)

จะเจอห้างขนาดใหญ่มากๆ ชื่อห้าง Cocoon มี 3 ตึกใหญ่ เดินตรงเข้าไปในห้าง Cocoon 2 ขึ้นชั้น 3 เดินสุดด้านใน

จะพบโซนเด็กเล่น Kid-O-Kid (https://kidokid.bornelund.co.jp/saitamashintoshin/) ให้เด็กได้เล่น (แต่มีค่าเข้า

คิดตามระยะเวลาเล่น เริ่มต้น 30 นาที 600 เยนต่อเด็ก 1 คน หากไปหลังจาก 16.00น. จะมีโปรลดราคาพิเศษ)

ได้สนุกทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง ภายในมีทั้งโซนเสริมสร้างสติปัญญา โซนเสริมสร้างกำลังกาย โซนบทบาทสมมุติ 

 

โซนนั่งพักทานขนมน้ำหวาน และยังมีโซนเฉพาะเด็กเล็ก 6 – 18 เดือนด้วย พ่อเข้าไปเล่นด้วยได้ใช้เวลากับลูก แม่ได้ไปเดินช๊อบปิ้งสบาย

 

cocoon12

 

cocoon13

 

cocoon14

 

Address  4-263-1, Kishikicho, Omiya-ku Saitama-shi, Saitama, 330-0843, Japan
Map  Google map
Official site  https://kidokid.bornelund.co.jp/saitamashintoshin/

 

แวะช๊อบปิ้งก่อนกลับบ้าน


เล่น 2 ชม.เต็ม ตั้งแต่ 16.30 – 18.30 น. เล่นจนหมดพลังถึงยอมเลิก ออกมาแวะกินข้าวเย็นที่ศูนย์อาหาร Food Court ชั้น 3 

ใกล้ๆบริเวณที่เล่น จากนั้นเอาใจคุณแม่บ้านอีกหน่อย ด้วยการแวะชั้น 1 ซื้อของที่ซุบเปอร์มาร์เก็ตของอิโตโยคาโดะ Itoyokado

ขนาดมโหฬาร ก่อนหมดพลังกันทั้งพ่อแม่ลูก ต้องเรียกแท๊กซี่กลับบ้าน

 

cocoon15

 

เดินทาง บันทึก เขียน เรียบเรียง

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560

ณ มหาวิทยาลัยไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น